Covid19 คืออะไร

โรคระบาด Covid19 คืออะไร เกิดจากอะไร แล้วทำไมถึงได้อยู่กับทั่วโลกได้ขนาดนี้

Covid19 คืออะไร

โรคโควิด 19 เป็นโรคติดต่อซึ่งเกิดจากไวรัส โคโรนา CORONA ชนิดที่มีการค้นพบล่าสุด ไวรัสและโรคอุบัติใหม่นี้ไม่เป็นที่รู้จัก ก่อนที่จะมีการระบาดในเมื่อง อู่ฮั่น ประเทศจีนในเดือนธันวาคมปี 2019 ขณะที่โรคโควิด19 ได้มีการระบาดใหญ่ทั่วไป ทำให้ส่งผลกระทบแก่หลายประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว 

ต้นกำเนิดของไวรัส

การเกิดของไวรัสน่าจะมีจากการที่ไวรัสจ่ากสัตว์ตัวกลางระบาดมาสู่คน ผู้ป่วยรายรแรกเท่าที่ทรายกัน เริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2019 และไม่มีความเชื่อมโยงกับตลาดต้องสงสัยในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน แต่ผู้ป่วยกลายรายอาจมีมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนหรือก่อนหน้านั้นก็เป็นได้ื อีกทั้งยังมีการเก็บตัวอย่างจากสิ่งแวดล้อมในตลาดไปส่งตรวจและพบเชื้อไวรัสและพบมากที่สุดในบริเวณที่ค้าสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม และตลาดอาจเป็นต้นกำเนิดของไวรัส หรืออาจะมีบทบาทในการขยายวงของการระบาดในระยะแรก 

การแพร่เชื้อของโรค

โรคโควิด19 โดยหลักแล้วเป็นการแพร่เชื้อจากคนสู่คน ผ่านทางฝอยละอองจากจมูกหรือทางปาก ซึ่งขับออกมาเมื่อผู้ป่วยไอ หรือจาม ทำพให้เราได้รับเชื้อจากการหายใจเอาละอองเข้าไป หรือจากการเอามือไปสัมผัสพื้นผิวที่มีละอองเหล่านั้นแล้วมาสัมผัสตามใบหน้าก็เป็นได้  ระยะเวลาหากนับจากการติดเชื้อและการแสดงอาการ (ระยะฟักตัว) จะมีตั้งแต่ 1-14 วัน มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 วัน เกิน 97% ของผู้ป่วยเริ่มมีอาการภายใน 14 วัน 

การเพิ่มจำนวนของไวรัสเกิดขึ้นจากทางเดินหายใจส่วนบน และในปอด มีงานวิจัยช่วงแรกระบุว่า เป็นการเพิ่มจำนวนของไวรัสได้ในระบบทางเดินอาหารได้ แต่การติดต่อโดยระบบทางเดินอาหารยังไม่เป็นที่ยืนยัน อีกทั้งยังมีช่วงพีคของการแพร่เชื้ออาจจะเกิดขึ้นในช่วงแรกที่แสดงอาการและลดลงหลังจากนั้น ต่อมาการแพร่เชื้อ น่าจะเกิดขึ้นในช่วงแรกที่แสดงอาการและลดลงหลังจากนั้น การแพร่เชื้อก่อนแสดงอาการอาจจะเกิดขึ้นได้ หากมีอาการไอ หรือการขับไวรัสออกมา อาจจะจำกัดการแพร่เชื้อในช่วงนั้น

เหตุการณ์ระบาดเป็นวงกว้าง เป็นเหตุการณ์ระบาดเป็นวงกว้างเมื่อคนหนึ่งแพร่เชื้อไวรัสไปสู่คนกลุ่มใหญ่ สถานการณ์ที่จะทวีความรุนแรงของการระบาดเป็นวงกว้างก็ได้ เช่น  การชุมนุมขนาดใหญ่ ประชากรผู้สูงอายุ ประชากรไร้ถื่นฐาน หรือถิ่นที่อยู่ การสัมผัสโรคจากต่างประเทศ ความหนาแน่นของเขตเมือง ระบบสาธารณสุขไม่มากพอ รัฐบาลขาดควาโปร่งใส และสื่อขาดเสรีภาพ 

ลักษณะเฉพาะของโรค อัตราการแพร่เชื้อและความรุนแรงของ Covid19 

1. Basic Reproductive Rate (RO) คือ ค่าเฉลี่ยที่ผู้ป่วย 1 คน จะแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นในกลุ่มประชากรที่มีความไวต่แการรับเชื้อ  ค่า RO ของโรค covid19 อยู่ที่ประมาณ 2 และ 4 

2. Clinical Onset Interval คือ ช่วงเวลาแสดงอาการในผู้ป่วยรายต่อๆกันในห่วงโซ่ของการแพร่ระบาด ในงานวิจัยส่วนใหญ่ เวลาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 และ 5 วัน 

3. Case Fatality Ratio (CFR) หรืออัตราการเสียชีวิต คือ สัดส่วนของผู้ป่วยที่ถึงแก่ชีวิตอัตราคร่าวๆ ของทั่วโลกอยู่ที่ 7 % (ธันวาคม 2019 - พฤษภาคม 2020)

กลุ่มเสี่ยงที่มีความเสี่ยงสูง/ต่ำ

จากกลุ่มความเสี่ยงสูง ความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้นตามอายุและในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังและโรคมะเร็ง เป็นต้น 

ส่วนจากกลุ่มความเสี่ยงต่ำ จากงานวิจัยระบุว่า  เด็กและคนหนุ่มสาว ติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ อย่างไรก็ตามเด็กมักจะไม่มีอาการรุนแรง 

ภูมิคุ้มกันระยะสั้น

ระยะสั้น - ภูมิคุ้มกันลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยอาจจะยังแพร่เชื้อได้แม้มีอากรดีขึ้น สิ่งนี้มีนัยสำคัญต่อการควบคุมป้องกันโรคในบริบทสถานพยาบาลและในการจำหน่ายผู้ป่วย บางรายยังคงต้องแยกกักตัวตอ่ที่บ้านหลังจากได้รับการจำหน่ายแล้ว 

ระยะยาว - ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอเกี่ยวกับประสิทธิภาพหรือระยะเวลาของภูมิคุ้มกันที่สร้างจากสารแอนติบอดี้ที่จะได้รับประกันความเที่ยงตรงของสิ่งที่เรียกว่า "พาสปอร์ตภูมิคุ้มกัน" หรือ "ใบรับแระกันว่าไม่มีความเสี่ยง" แต่ยังมีข้อกังวลวาส ผู้คนอาจเข้าใจว่าตัวเองมีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อครั้งที่สอง ทำให้ละเลยการปฏิบัติตามคำแนะนำทางสุขภาพ อาจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการระบาดต่อเนื่องได้ 

ภูมิคุ้มกัน - สานแอนติบอดี้ต้านโควิด19 ทั้ง lgG และ lgM จะปรากฎขึ้น 6 -12 วันนับจากเริ่มแสดงอาการ จากนั้นเชื้อไวรัสจะค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยอาจะยังแพร่เชื้อได้แม้มีอาการดีขึ้นและยังคงต้องแยกตัวเองต่อที่บ้าน

การตรวจ ในตอนแรกไม่มีการตรวจโควิด19 ชนิดใดได้รับการขึ้นทะเบียน ยกเว้นภายใต้ข้อกำหนดการใช้ในสภาวะฉุกเฉินเท่านั้น ทุกประเภทกำลังอยู่ระหว่างการประเมิน 

- Nucleic Acid Amplification Test (NAATs) ใช้เพื่อตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ (ว่าตรวจพบเชื้อหรือไม่) ในระยะเฉัยบพลันของโรค การตรวจเทคนิคนี้ใช้ระยะเวลา 13 นาที- 3 ชั่วโมง และจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือเฉพาะ 

- การตรวจหาแอนติบอดี้ ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันจะใช้ตรวจหาแอนติบอดี้ lgM และ lgG ที่สร้างขึ้นมาต้านไวรัส ไม่มีประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคเนื่องจากการตอบสนองของร่างกายไม่สามารถตรวขพบได้ในสัปดาห์แรกของของการเจ็บป่วย การตรวจจะใช้เวลา 15 นาทีื และสามารถใช้ตรวจแอนติบอดี้ขณะนี้ทำอยู่ใน 6 ประเทศ 

- กาตรวจหาแอนติเจน ใช้ตรวจหาแอนติเจนของไวรัสและอาจเป็นประโยชน์ในการวินิจฉัยการติดเชื้อเฉียบพลัน การพัฒนาชุดตรวจทำอยู่ในหลายประเทศ

การรักษา ตอนแรกยังไม่มียาตัวไหนสามารถต้านไวรัสได้จนกระทั่งได้มีการวัคซีน zinovac ออกมาก่อนจากประเทศจีนเพื่อมาป้องกันโรคโควิด19 นี้แล้วหลังจากนั้นมาก็มีวัคซีนผลิตออกมามากมายเรื่อยๆ ของแต่ละประเทศ  อีกทั้งต้องมีมาตรการในการป้องกันตัวเองจากโรคโควิด 19 ให้ได้่ เช่น การรักษาสุขอนามัยของมือและมารยาทในการไอหรือจาม เป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำตลอดเวลาและเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันตัวเองและผู้อื่น 

รักษาระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร จากผู้อื่น เนื่องจากผู้ติดเชื้อบางรายอาจจะยังไม่แสดงอาการหรือไม่มีอาการรุนแรง ดังนั้นการเว้นระยะห่างจากทุกคนสำคัญที่สุด หากอยู่ในพื้นที่ระบาดของโรคโควิด19 

มาตรการขอสาธารณสุข จะมีการกักตัว คือ การจำกัดกิจกรรมต่างๆ หรือการแยกคนปกติ แต่อาจจะมีประวัติสัมผัสใกล้ชขิดกับผู้ป่วยโควิด19 จุดประสงค์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในห้วงเวลาที่คนเริ่มมีอาการ ต่อมาเป็นการแยกกักตัว หมายถึง การแยกผู้ป่วยที่มีอาการของโรคโควิด19 และอาจแพร่เชื้อได้ ทำเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ต่อมาเป็นการเว้นระยะ คือการอยู่ห่างกัน เนื่องจากองค์การอนามัยโลกแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย  1 เมตรจากผู้อื่น ส่วนนี้เป็นมาตรการทั่วไปที่ทุกคนควรทำ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดในวงกว้างของโรคโควิด19 และวิกฤตทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์นี้ทำให้เกิดความท้าทายใหญ่ในระดับโลกและระดับท้องถื่นเลยก็๋ว่าได้ ส่วนผลกระทบทางสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคมเกิดขึ้นกับทุกกลุ่ม แต่ตัวที่ทำลายประชากรเปราะบางมากที่สุด ซึ่งรวมถึง คนยากจน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เยาวชน และกลุ่มชาติพันธุ์ วิกฤตโลกในครั้งนี้ต้องการประสานงาน ความเป็นหนึ่งและนโยบางทางเศรษฐกิจ สังคมและสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ